Health 5 Choice

รองเท้าออกกำลังกาย

ลักษณะและประโยชน์ในการใช้งาน

การออกกำลังกายมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายในยิม กลางแจ้ง การเล่นเวทเทรนนิ่ง หรืออื่น ๆ ซึ่งล้วนมีความแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายทั่วไปเป็นประจำ โดยไม่หนักไปทางด้านใดด้านหนึ่งหรือกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่ง การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะรองเท้าสำหรับใส่ออกกำลังกายจะมีคุณสมบัติช่วยซัพพอร์ทการเคลื่อนไหว การทรงตัว การถนอมกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ เป็นการลดอุบัติเหตุในขณะเล่น หรือลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

 

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนการเลือกซื้อ

  • ลักษณะเท้าโดยเฉพาะฝ่าเท้าเป็นอย่างไร เช่น ฝ่าเท้าปกติ ฝ่าเท้าแบน ฝ่าเท้าโก่ง ฝ่าเท้าแต่ละแบบทำให้ธรรมชาติการหมุนของเท้าแตกต่างกัน เช่น ฝ่าเท้าแบน จะมีการหมุนของเท้าและแรงบิดต่อข้อมาก รองเท้าที่เหมาะสมควรเป็นรองเท้าที่ควบคุมไม่ให้การหมุนของเท้ามากเกินไป
  • รองเท้า/ถุงเท้ากีฬารุ่นที่ใส่เป็นประจำ ข้อมูลนี้มีส่วนช่วยให้ผู้ขายสามารถ แนะนำรองเท้าออกกำลังกายรุ่นที่เหมาะสมได้
  • ซื้อรองเท้าเพื่อใช้กับการออกกำลังกายประเภทไหน เป็นหลัก ข้อมูลนี้สำคัญมาก คุณต้องรู้ว่ารูปแบบการออกกำลังกายหลักๆของตัวเองเป็นแบบใด เช่น เวทเทรนนิ่งเป็นหลัก วิ่งเป็นหลัก  เต้นแอโรบิคเป็นหลัก โดยควรเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับกิจกรรมหลักของคุณด้วย
  • งบประมาณ ควรมีงบประมาณในใจก่อนไปซื้อ เพื่อให้การพูดคุยกับผู้ขายมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามอย่าจำกัดงบจนเกินไป เนื่องจากรองเท้าออกกำลังกายดีๆ จะมีคุณสมบัติต่างจากรองเท้าลำลอง โดยจะช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับคุณในระยะยาวได้

 

คุณสมบัติที่ควรสอบถามจากผู้ขาย

หลังจากที่คุณบอกข้อมูลที่เตรียมมากับผู้ขายครบถ้วนแล้ว ผู้ขายมักจะแนะนำคุณไปยังแบรนด์และรุ่นที่ผู้ขายแนะนำ สิ่งที่คุณควรสอบถามคือ
  • เทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นั้น คุณควรเช็คว่าจุดเด่นดังกล่าว สอดคล้องกับประเภทของฝ่าเท้า/ประเภทของการออกกำลังกายหลักๆสำหรับคุณหรือไม่ เช่น หากคุณเล่นเวทเทรนนิ่ง มีแรงกดกระแทกเยอะ รองเท้าควรให้ความมั่นคง ซัพพอร์ตข้อเท้าเป็นอย่างดี หรือถ้าคุณวิ่งเป็นหลัก ควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา กระชับ ระบายอากาศได้ดี เป็นต้น ควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนั้น โดยต้องเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ หรืออย่างน้อยต้องเขียนในเอกสารรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ใช่ลำพังจากคำพูดของผู้ขาย
  • วัสดุที่ใช้ทำ วัสดุที่ใช้ทำส่วนประกอบของรองเท้าวิ่งมีความแตกต่างกัน ควรสอบถามกับผู้ขายถึงข้อดีของวัสดุที่ใช้ทำ ว่าตรงกับความต้องการของคุณไหม เช่น หากคุณกังวลถึงการวิ่งในช่วงหน้าฝน พื้นที่มีน้ำขัง นอกเหนือจากเทคโนโลยีในข้อ 1 แล้ว คุณควรเลือกวัสดุโดยเฉพาะส่วนบน ที่สามารถระบายอากาศได้ดีเมื่อเปียกชื้น หรือเลือกแบบกึ่งสังเคราะห์ที่กันน้ำได้ด้วยถ้ามี เป็นต้น
  • ราคา สอบถามราคา ส่วนลด ส่วนแถม เงื่อนไขการจ่ายต่างๆ
  • วันเดือนปีที่ผลิต เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำรองเท้ามีอายุงานที่จำกัด การเลือกซื้อรองเท้าในปีที่ผลิต จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้งานได้อย่างเต็มที่
  • คู่เทียบ เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ แนะนำให้คุณให้ผู้ขายแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและระดับราคาใกล้เคียงกัน เปรียบเทียบ 2-3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เดียวกันหรือคนละแบรนด์ แน่นอนว่าต้องทดลองใส่ เพื่อเปรียบเทียบกันด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

การลองรองเท้า
  • ควรลองรองเท้าทุกครั้งที่ซื้อ เพราะรองเท้าแต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น มีดีไซน์วัสดุ ความหนาบางของ ส่วนประกอบที่ไม่เหมือนกัน และถ้าเป็นไปได้ควรลองใส่วิ่งในพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อความมั่นใจว่าภายหลังการซื้อ คุณจะได้ใช้รองเท้าวิ่ง คู่ที่คุณต้องการจริงๆ
  • เทคนิคการดูว่ารองเท้าพอดีหรือไม ขณะสวม รู้สึกได้ว่าตัวรองเท้าสามารถโอบกระชับได้อย่างดี เวลาแบะเท้าออกแล้วไม่ลื่นไหลหรือพลิกไปมา โดยตรงหัวรองเท้าช่วงปลายนิ้ว และนวมบุรองเท้า ควรมีที่ว่างประมาณครึ่งเซนติเมตร คุณสามารถลองจิกเล็บดูภายในร้องเท้า งอนิ้วได้นิดหน่อย และควรลองในตอนเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่เท้าของคุณขยายตัวอย่างเต็มที่
  • อย่าไปเลือกซื้อและลองสวมในช่วงเช้า ควรให้เท้าของคุณผ่านการทำงานมาสักระยะหนึ่ง ให้เกิดการขยายตัวให้เต็มที่ ก่อนการลอง เพื่อป้องกันการซื้อรองเท้าผิดขนาด
ส่วนประกอบของรองเท้า
  • Neutral shoe : รองเท้าประเภทนี้เหมาะกับการวิ่งในยิมหรือพื้นที่เฉพาะอย่างสนามกีฬาและสวนสาธารณะ มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง แต่การซัพพอร์ทอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการพลิกและเส้นทางคดเคี้ยวน้อยกว่าประเภทอื่น ๆ
  • Stability shoe : รองเท้าประเภทนี้มีความสมดุลค่อนข้างสูง เหมาะกับนักวิ่งที่ชอบไปยังเส้นทางในชีวิตประจำวัน เช่น การวิ่งไปทำงานหรือสถานที่ต่าง ๆ การวิ่งขึ้นลงบันไดตามอาคาร ตัวรองเท้ามีการซัพพอร์ทเพื่อป้องกันข้อเท้าพลิกและหกล้มได้ดี
  • Motion control : รองเท้าประเภทนี้จะมีรูปร่างภายนอกที่ดูหนาที่สุด เมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งแบบอื่น ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งมืออาชีพ คนที่ยึดการวิ่งเป็นกีฬา วิ่งทุกวัน ไปวิ่งแทบทุกงาน เพราะรองเท้าวิ่งประเภทนี้จะถนอมข้อเท้าและกล้ามเนื้อขาสูงสุด ลดความเสี่ยงบาดเจ็บสำหรับคนที่วิ่งหนักและบ่อย
  • Barefoot shoe : รองเท้าประเภทนี้เน้นโครงสร้างปราดเปรียวและน้ำหนักเบา เน้นใส่แล้วเคลื่อนไหวสบาย ๆ แบบ Crossfit
ส่วนประกอบของรองเท้า
  • Upper: วัสดุชั้นนอกสุดของรองเท้า ส่งผลต่อน้ำหนัก การระบายอากาศ ความยืดหยุ่น และความสามารถในการกันน้ำ เช่น หนัง หรือใยสังเคราะห์ เป็นต้น
  • Midsole: เป็นการเสริมช่วงส้นให้หนาขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกได้ ส่วนนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกสบายเมื่อเดิน ทำให้รองเท้ามีความสมดุล วัสดุที่นิยมใช้คือ EVA และยูรีเทน เป็นต้น
  • Internal support: เป็นพื้นรองเท้าทั้งหมด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักมีพื้น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ พื้นที่ติดกับเท้าของผู้สวมโดยตรง และพื้นที่หุ้มด้านล่างสุด มีดอกยางเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
  • Outsole: มักทำมาจากยาง หรือยางผสมคาร์บอน ในส่วนนี้คือปุ่มสีสันต่าง ๆ ที่เราเห็นในดอกยางนั่นเอง รองเท้าบางคู่มีดอกยางที่นูนขึ้นมาเป็นก้อนหนา ๆ หลายแบบ วางสลับกัน สิ่งนี้เพิ่มความแข็งแรงให้รองเท้า เพิ่มความมั่นคงให้การวิ่ง ยิ่งรองเท้าสำหรับวิ่งมาราธอน ทางวิบาก จะยิ่งมีลายดอกยางที่ลึกและใหญ่

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Product available : Product recommended : Review : Knowledge

บทความที่เกี่ยวข้อง

หม้อทอดไร้น้ำมัน

กองบรรณาธิการ

ชุดโยคะ

กองบรรณาธิการ

เครื่องพ่นละอองยา

กองบรรณาธิการ

เก้าอี้นวดไฟฟ้า

กองบรรณาธิการ

รองเท้าแบดมินตัน

กองบรรณาธิการ

สายรัดข้อมือสุขภาพ

กองบรรณาธิการ