Health 5 Choice

จักรยานปั่นในเมือง

BuyingGuide จักรยานปั่นในเมือง

ลักษณะและประโยชน์ในการใช้งาน

จักรยานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ปั่นไปทำงาน ปั่นไปโรงเรียน การใช้งานส่วนใหญ่วนเวียนในเมือง และท้องถนนลาดยาง มีเอกลักษณ์สำคัญในเรื่องของน้ำหนักที่เบา ความคล่องแคล่ว และความเร็ว สามารถขับขี่เป็นระยะทางไกลได้สบาย ตราบใดที่ไม่ใช่เส้นทางทุรกันดาร การใช้งานจักรยานที่ตอบโจทย์ต่อวิถีชีวิต และรูปแบบการเดินทางทุก ๆ วัน สามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว ตามหลักพลศาสตร์เมื่อเลือกอย่างเหมาะสมคุณจะไม่เหนื่อยง่าย และพบว่าในเส้นทางนี้ จักรยานของคุณมีความคงทน อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คุ้มค่า ไม่ควรเอาจักรยานแม่บ้านมาปั่นยาว ๆ เป็นระยะทางไกล เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการปวดเมื่อสะสมได้

 

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนการเลือกซื้อ

1. ใช้บนเส้นทางแบบไหน
อุปสรรคเล็กน้อยระหว่างทาง ย่อมไม่สร้างภาระให้แก่จักรยาน แม้คุณจะเลือกจักรยานแบบ Race bikes มาขี่ข้ามเนินก็ไม่เกิดผลกระทบมัก นอกจากเหนื่อยหน่อยเท่านั้น แต่หากเส้นทางของคุณแตกต่างจริง ๆ เช่น ต้องปั่นขึ้นเนินสูงสองรอบขาไป-กลับ แถมเข้ามาในหมู่บ้านยังเจอสะพานยกสูงข้ามคลองไปอีก จุดนี้คงต้องมองหาจักรยานที่ปั่นขึ้นเนินได้จริง ๆ แล้ว หรือหากเป็นเส้นทางที่ถนนขุรขระ ช่วงเข้า-ออกปากซอย ชอบมีน้ำท่วมขัง ก็อาจต้องเลือกแบบที่สมดุล ทนทานมากกว่าปกติ เป็นต้น

2. จอดจักรยานที่ไหน
การเลือกจักรยานมาขี่ ไม่ใช่แค่พิจารณาช่วงเวลาที่คุณใช้งานเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ใช้งานด้วย การจอดจักรยานไว้ตามที่สาธารณะ แม้จะมีห่วงโซ่คล้องก็ตาม ควรระมัดระวังว่าจักรยานไม่ควรหรูหราจนเกินไป ผ่านเรื่องราคาไปแล้ว อาจมามองในด้านความสะดวกกันบ้าง บางคนอาจต้องต่อรถไฟฟ้า ดังนั้นควรเลือกจักรยานที่เก็บพับได้ หรือมีน้ำหนักเบา เป็นต้น

 

คุณสมบัติที่ควรสอบถามจากผู้ขาย

1. ชนิดของจักรยานปั่นในเมือง (Road bikes)
จักรยานที่ใช้ในท้องถนน สำหรับเส้นทางในเมือง ก็มีหลายประเภทแยกย่อยลงไปอีก ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับความชอบ และไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น
  • Race bikes ข้อดี : น้ำหนักเบา เสียงเบา ทรงตัวและทำความเร็วได้ดี ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับการปั่นทางไกล ขึ้นลงเนินหลาย ๆ ต่อ เพราะทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • Gravel bikes ข้อดี : เป็นชนิดที่นิยมใช้ในเมืองมากที่สุด ขับขี่ง่าย ข้อเสีย : ทำความเร็วได้ไม่ดีนัก  ความเร็วขึ้นอยู่กับกำลังกายของผู้ขับ
  • Sportive/endurance bikes ข้อดี : เหมาะกับเส้นทางระยะไกล ขับขึ้น-ลงเนิน ข้อเสีย : ทำความเร็วได้ไม่ดีนัก ความเร็วขึ้นอยู่กับกำลังกายของผู้ขับ
  • Aero bike ข้อดี : สามารถเร่งความเร็วได้จนถึงเร็วมาก ลู่ลมดี ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับคนที่ชอบปั่นจักรยานช้า ๆ เพราะความเร็วเริ่มแรกก็ถือว่าค่อนข้างเร็วแล้ว
  • Commuter bikes ข้อดี : มีความสมดุล รองรับการขับขี่ได้หลากหลายสภาพอากาศ แม้วันฝนตก ข้อเสีย : มีระดับความเร็วให้เลือกไม่มาก
  • Touring bikes ข้อดี : ทนทาน บรรทุกของหนักอย่างกระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ ได้เยอะ ปั่นง่าย ข้อเสีย : ทำความเร็วได้ไม่ดีนัก
  • Time trial (TT) ข้อดี : ทำความเร็วได้ เหมาะกับการปั่นเล่น ปั่นออกกำลังกาย คาร์ดิโอ ข้อเสีย : เบาะสูงทำให้ต้องก้มปั่นตลอดเวลา หากปั่นก่อนไปทำงานอาจได้เหงื่อเปียกชุดโดยไม่ตั้งใจ
2. วัสดุ
สำหรับจักรยาน จะมีวัสดุที่นิยมใช้ในการผลิตอยู่ ซึ่งจุดเด่นจุดด้อยของวัสุแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไป โดยหลัก ๆ แล้ว วัสดุที่นิยม มีดังนี้
  • อะลูมิเนียม : ทำให้จักรยานมีน้ำหนักเบา ปั่นลื่น รู้สึกสะดวกสบายในการขับขี่ โดยทั่วไปจะมีราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับจักรยานที่ทำมาจากวัสดุประเภทอื่น
  • คาร์บอนไฟเบอร์ : วัสดุชนิดนี้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้น้อยพอประมาณ ดังนั้นผู้ขับขี่จะรู้สึกถึงหลุมบ่อ ความไม่ราบเรียบของพื้นถนนได้ แต่สมดุลดีกว่า ราคาสูงขึ้นมาอีกนิด

3. ระบบโซ่และเกียร์
โซ่และเกียร์คือส่วนประกอบสำคัญของจักรยาน ที่ทำให้ล้อทั้งสองสามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งในจักรยานสำหรับปั่นในเมือง มักจะมีระบบโซตั้งแต่แบบ 2 จาน 3 จาน เป็นต้น เพื่อการรองรับระบบเกียร์ซึ่งแตกต่างกันไป ความแตกต่างของระบบนี้หมายถึง คุณจะสามารถปั่นได้เร็วขึ้น เผชิญเส้นทาง และระดับทางลาดได้หลายแบบ มีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีขึ้น ควรสอบถามข้อมูลเชิงลึกกับผู้ขายเพื่อประโยชน์สุงสุด

4. คุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งาน
การได้รับทราบว่าจักรยานรุ่นที่คุณจะเลือกซื้อสามารถทำอะไรได้บ้าง สามารถทำให้เกิดการเปรียบเทียบได้ชัดเจน โดยคุณสมบัติมาตรฐานที่เสามารถเช็คว่าจักรยานปั่นในเมืองควรเป็นแบบไหนบ้างนั้น มีดังนี้
  • น้ำหนักเบา เหมาะแก่การพกพา
  • คล่องตัว เลี้ยวลัดซอกซอยได้สะดวก
  • มีความสมดุล เมื่อเจอพื้นถนนที่อาจไม่ราบเรียบ
  • มีความเร็วกว่าจักรยานประเภทอื่น ๆ

สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามา จะเป็นความพิเศษของแต่ละรุ่น ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตพัฒนาขึ้น ควรสอบถามผู้ขายให้ชัดเจน

5. การรับประกัน
บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าจักรยานก็มีการรับประกันด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วจะรับประกันในส่วนของเฟรม โดยระยะเวลาการรับประกันจะอยู่ที่ประมาณ 1-5 ปี แล้วแต่แบรนด์ที่เลือกใช้ ในฐานะผู้ซื้อ  ควรสอบถามรายละเอียดในขั้นตอนการเคลมจากทางผู้ขาย ให้ละเอียดมากที่สุด เพื่อที่จะได้ทราบว่า บริษัทผู้ผลิตมีขั้นตอนการเคลมอย่างไร มีค่าใช้จ่ายปลีกย่อยอื่น ๆ หรือไม่ เป็นต้น

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังและหมายเหตุเพิ่มเติม
  • การดูแลรักษา รถจักรยานเองก็ต้องการดูแลรักษา เช่นเดียวกับยานพาหนะประเภทอื่น ๆ ซึ่งการใช้งานในปัจจุบัน สิ่งที่เราเจอมากที่สุดมักจะเป็นเรื่องโคลน ฝุ่น และฝน แม้จะเป็นน้ำฝนก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะทุกวันนี้น้ำฝนมักมาพร้อมมลภาวะ อาจเป็นกรดซึ่งส่งผลต่อโลหะได้ อย่างน้อยควรทำความสะอาดด้วยการล้างบ้างสัปดาห์ละครั้ง แล้วลงน้ำมันในส่วนที่จำเป็น เพื่อคงประสิทธิภาพในการใช้งานให้ยาวนานมากที่สุด
  • ความคุ้มค่าคุ้มราคา บางคนเมื่อตั้งใจจะซื้อจักรยาน หรืออาจซื้อมาแล้ว ในราคาที่ค่อนข้างสูง มักจะเกิดความกังวลใจว่าสิ่งที่ได้รับนั้นคุ้มค่าเงินหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้วปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้จักรยานแต่ละคันราคาสูงนั้น ประกอบด้วย
    • วัสดุ
    • ส่วนประกอบ

ดังนั้นหากจักรยานที่คุณสนใจ เน้นนวัตกรรมและคุณภาพในวัดุช่วงเฟรมเป็นอย่างสูง ระบบโซ่และเกียร์มีความสมดุล สามารถเสริมสร้างสมรรถนะที่ดีให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ถือว่าจักรยานนี้มีความคุ้มค่าในตัวเอง อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้เกิดความลังเลหรือความไม่มั่นใจลักษณะนี้ ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ ควรแจ้งความต้องการที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากการขับขี่จักรยาน ให้ผู้ขายรับทราบก่อนเสมอ เพื่อที่จะได้ตัวเลือกที่คุณพอใจสูงสุด ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างตรงใจ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Product available : Product recommended : Review : Knowledge

บทความที่เกี่ยวข้อง

หม้อทอดไร้น้ำมัน

กองบรรณาธิการ

เก้าอี้นวดไฟฟ้า

กองบรรณาธิการ

เครื่องพ่นละอองยา

กองบรรณาธิการ

รองเท้าวิ่ง

กองบรรณาธิการ

รองเท้าออกกำลังกาย

กองบรรณาธิการ

ชุดโยคะ

กองบรรณาธิการ